บทความที่ได้รับความนิยม

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

คุณ Content is King "Back to Basic"

-->หลังจากนั้น ทั้งคุณ Content is King และคุณ Google I/O ก็เล่าให้ฟังเรื่องการกลับสู่พื้นฐาน Back to Basic เป็นการทำเว็บไซต์โดยเลิกทำ SEO (ซึ่งที่ผมฟังและจับใจความได้รวมถึงที่คุณ Google I/O แซว ก็คือ การทำเว็บไซต์แบบ Authority Site หมายถึงเป็นเว็บคุณภาพที่เชี่ยวชาญเรื่องนั้น และที่เค้าบอกว่าไม่ทำ SEO เป็นการไม่ทำ Off Page มากกว่า ส่วน On Page ยังทำอยู่แต่ไม่ได้ตั้งใจทำแบบเฉพาะเจาะจงเหมือนที่คนทำ SEO ทั่วไปทำ เป็นยังไงก็ดูจากเนื้อหาต่อนะครับ) Step การทำเว็บไซต์ของเค้าก็มีตามนี้ จดโดเมน -> เน้นการสร้างแบนด์ ไม่ได้ไปวิเคราะห์คีย์เวิร์ดใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ดูว่าคำไหนอ่อน คำไหนแข็ง คู่แข่งมาก/น้อย เค้าทำแบบกว้างมากจะทำตลาดไหนเนื้อหาก็จะคลอบคลุมหมดและจะต้องทำอะไรบ้างก็ดูจากเว็บใหญ่ ๆ เป็นหลักเพราะเว็บใหญ่วิเคราะห์มาดีอยู่แล้ว (ตามที่เล่าให้ฟังในช่วงแรกไปแล้ว) วิธีตั้งชื่อโดเมน เค้าทำตลาดไหนก็จะมีคำนั้นนำหน้า ตั้งให้จดจำง่าย (ตรงนี้เองที่ผมบอกว่าเค้าก็ยังทำ SEO On Page อยู่ เพราะมีคำที่บ่งบอกถึงคอนเซ็ปต์ของเว็บอยู่ว่าเว็บนี้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องอะไร) เค้าเน้นตลาดเกมส์เป็นหลัก เห็นบอกว่าโดเมนมีเป็นร้อยแต่ที่ทำจริงจังมีประมาณ 5 โดเมน Hosting เริ่มต้นก็ใช้ HostGator เหมือนเรานั่นแหละ เหตุผลคือ ถูก ซัพพอร์ดดี แต่มีแอบบ่นว่าแก้ปัญหาให้ได้น้อย ส่วนตอนนี้ใช้โฮสที่ไหนไม่ได้บอก (อาจเป็น HostGator ก็ได้ แต่คงไม่ใช่ Baby Plan รับ traffic ไม่ไหวแน่ ๆ แต่เท่าที่ผมทราบจากท่านอื่นรู้สึกจะมี Server ของตัวเองเลยนะ) เครื่องมือที่ใช้สำหรับสร้างเว็บ ก็เหมือนเรา ๆ ที่แหละ WordPress ไงครับ เค้าให้เหตุผลว่า ใช้เป็นอย่างเดียว มีความปลอดภัยดี เป็น Open Source ที่ได้รับการพัฒนาจากผู้ใช้งานทั่วโลก Plugins (ตรงนี้คนฟังให้ความสนใจเป็นพิเศษ อยากรู้ว่าระดับเทพใช้อะไรบ้าง) เค้าบอกว่า Plgins ที่เค้าใช้แน่ ๆ มีเพียงไม่กี่ตัว เริ่มจาก All in One SEO Pack แต่เค้าแต่ติดตั้งแล้วก็ Activate มันแค่นั้น ไม่ได้ทำการปรับแต่งหรือใส่ค่าใด ๆ เลยทั้งสิ้น ตัวที่สองคือ Site Map (ตรงนี้ผมถึงมองว่าเค้าก็ทำ SEO ไม่ใช่ไม่สนใจทำเลย) ตัวต่อมาที่จะใช้เมื่อถึงคราวก็คือ Plugin เกี่ยวกับพวก Cache เค้าบอกตอนแรก ๆ จะไม่ลง จะลงก็ต่อเมื่อมีคนเข้าเว็บจำนวนมาก ๆ แล้ว เพราะไม่ใช่ปัจจัยหลักของ SEO Themes ตรงนี้เค้าบอกว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำอันดับ เค้าอธิบายว่า ที่ bot มาเก็บข้อมูลของเว็บไป มันเก็บเป็นโค๊ดซึ่งโครงสร้างของ Themes ก็เป็นโค๊ต ถ้าเราใช้ Themes ซ้ำกับคนอื่นมันก็เหมือนกับเป็นการ Duplicate เค้าจะใช้ Themes ที่เขียนเองทุกเว็บมันเท่ากับเป็นการ Unique ตั้งแต่ Themes เลย Back Link ตรงนี้เค้าไม่หาเลย เน้น Back Link แบบธรรมชาติที่ได้จากคนอื่นทำ Link กลับมาให้ เพราะเค้าเน้นที่จะเขียนเนื้อหาเรื่องใด ๆ ก่อนใคร เวลาคนอื่นจะเขียนเนื้อหาที่เป็นเรื่องเดียวกับเค้า คนนั้นก็จะหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เมื่อเอาเนื้อหาเค้าไปเขียนก็จะทำ Back Link กลับมาเอง Content เริ่มต้นเค้าเขียนบทความเองทั้งหมด จะไม่ใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปมาก ๆ รวมทั้งใส่ Link เข้าไปเท่าที่จำเป็น เน้นเขียนเป็นธรรมชาติให้คนอ่าน ๆ แล้วเข้าใจ แต่ต่อมาเมื่อมีรายได้ เค้าก็เอาเงินจากตรงนั้นไปจ้างคนเขียนบทความ ตอนนี้ไม่ได้เขียนเองแล้ว มีทีมงานรับผิดชอบตรงนี้โดยเฉพาะเลย การติดตั้ง WordPress หรืออะไรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเว็บเค้าจะทำครั้งเดียวให้จบเลย ทั้งติดตั้ง WordPress , Plugin , สร้าง Themes , Submit Web Master Tools , Google Analyticator , ที่สำคัญ Back Link จากฐานที่เค้ามีอยู่ทั้งหมดก็จะใส่หมดเลยเต็มแม็กมีเท่าไหร่ใส่หมด ไม่สนใจว่าจะโดน Sand Box หรือไม่ เค้าบอกว่าโดนเดียวมันก็กลับมาได้ (ตรงนี้ความเห็นส่วนตัวผมว่าเค้าไม่กลัวโดน Google แบน เพราะคอนเซ็ปต์ของเว็บเค้าเป็น Authority Site ไม่ใช่เป็นเว็บขายของหรือ Affiliate เหมือนอย่างพวกเราซึ่งหากเราทำจะเป็นการเสี่ยงมาก การที่เป็น Authority Site นี้ Google คงมองออก) จากนั้นเค้าก็เปิดสถิติจาก Analytic ให้ดู แรก ๆ กราฟจะเตี้ยติดดิน มี Return Visitors น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็น New Visitors แต่เมื่ออัปเดทเนื้อหาเข้าไปกราฟก็จะเริ่มสูงขึ้น จำนวน Return Visitors เยอะมากขึ้น เริ่มมีแฟนประจำ แล้วคุณ Google I/O ก็พูดถึงที่เค้าไปท่องเว็บเจอคีย์เวิร์ดคำนึงเกี่ยวกับหุ้น ที่หน้าสามแสดงผลของโดเมนเดียวเลย เป็นโดเมนที่ใช้สคลิปดึงเนื้อหาจากคนอื่นมาทั้งหมด เค้าบอกว่าน่าหวาดเสียวมาก เหมือนจุดไต้ตำตอ เจ้าของเว็บนั่งอยู่ข้างหลังผมเอง แต่เทคนิคที่ทีมเค้าทำคือ ทำเรื่องเดียวกันแต่หลายโดเมน ไม่ติดอันดับหนึ่งก็ได้ แต่ถ้าได้อันดับอื่นในทุกเว็บ Traffic เข้าจากอันดับอื่น ๆ ก็โดนเว็บเค้าหมด จบช่วงนี้ก็เป็นช่วงเบรคตั้งเกือบชั่วโมง ตรงนี้แหละที่ผมได้ไปฟังคุณ Google I/O กับคุณ Content is King คุยกับเจ้าของเว็บที่ว่า เนื้อหาที่เค้าคุยกันก็คือ เจ้าของเว็บเค้าถามว่าหวาดเสียวเรื่องอะไรบ้าง คุณ Google I/O ก็บอกว่า ทั้งเนื้อหาที่ใช้สคลิปดึงมาตรง ๆ ทั้งดุ้น ตรงนี้ก็เสียวหลายอย่าง ที่สำคัญเป็นการ Duplicate Content แบบใช้สคลิปดึงมาตรง ๆ เลย ไม่ได้มีการนำมาแล้วปรับแต่งอะไรเลย ไม่ให้ Credit กลับเจ้าของบทความจะเล่นงานเอาได้ เจ้าของเว็บถามกลับว่า มีโอกาสโดนแบนไหมเพราะทั้งหน้าสามเป็น url ของเค้าหมดเลย คำตอบคือ ตอบไม่ได้เพราะไม่ใช่ Google ผมเลยถามแล้วถ้าผลการค้นหาแสดง url ของเราเยอะ ๆ แต่เราไม่ถึงกับ Duplicate Content โดยใช้สคลิปดึงมาตรง ๆ มีโอกาสโดนไหม คำตอบก็เหมือนเดิม ที่ยกตัวอย่างนี้มา เพราะผมมีโดเมนนึงที่เคยโพสต์ผลการวิเคราะห์ด้วย Samurai ให้เพื่อน ๆ ดู มันติดตั้งแต่หน้าแรกอันดับสองลากยาวไปยันหน้าสาม ที่ผมเขียนตอนสองนี้ช้าก็เพราะเหตุนี้ เมื่อวันอาทิตย์ผลการค้นหายังเป็นอย่างนั้นอยู่เลย แต่เมื่อวานวันจันทร์โดนแล้วครับพี่น้อง ไม่โดน Deindex แต่ไปอยู่หน้า 50 เลย ภาวนาขอให้เป็นแค่การ Dance พอนะ แต่ก็ยังดีมี blogspot ของเพื่อนสมาชิกขึ้นไปติดอันดับต้น ๆ แทน ว่าแต่ของใครเอ่ย ยกมือขึ้น ก่อนเบรค เค้าก็อธิบายกันถึงสาเหตุที่วิเคราะห์กันมาว่าทำไมถึงโดน Adsense แบน ช่วงที่เค้าโดนแบน เริ่มจากบัญชีของคุณ Content is King ก่อนเห็นบอกว่ามีเงินค้างอยู่ประมาณ 6 หลัก หลังจากนั้นอีกเดือนคุณ Google I/O ก็โดนตาม เค้าวิเคราะห์กันตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ใช่เป็นผลมาจากการ Hang Out คราวก่อนหรือทั้งจาก Thaiseoboard แน่ ๆ มันไม่น่าจะสร้างผลกระทบที่ใหญ่โตได้ขนาดนั้น เค้าก็เมล์ไปถามเหตุผลจาก Google ซึ่งได้รับเมล์แจ้งกลับเหตุผลที่โดนแบนว่า Content not Original เลยพากันงงใหญ่เลยว่าไม่ออริจินอลยังไง เขียนเองล้วน ๆ จนในที่สุดคุณ Google I/O ไปดูเว็บที่ติดอันดับ 1 มี PR8 ซึ่งเค้าเอามาเป็นแม่แบบ ไปพบว่าเว็บใหญ่นั้นถือลิขสิทธ์ในเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่ในเว็บ ใครจะนำไปเขียนที่อื่นแม้จะเป็นการเขียนเองก็ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ฟังแล้วงง งง ไหม เอาเป็นว่าขออนุญาตขยายความตรงนี้นิดนึง สมมติบอร์ดนี้คือเว็บใหญ่ที่ว่า เนื้อหาที่โพสต์ที่เมนท์กันในนี้ถือว่าเป็นลิขสิทธิ์ของพี่วชิระ หาใครเอาเนื้อหาในบอร์ดไม่ว่าจะเขียนเองก็ตาม แต่พูดถึงสิ่งที่มีอยู่ในบอร์ดนี้ เช่น บอกว่ามีสคลิปตัวนึงที่ใช้ทำ amazon ชื่อว่า webpumps ตรงนี้ก็ถือว่าผิดแล้วละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว เป็นไงครับเว็บใหญ่แสบไหม เค้ามั่นใจมากว่าการโดน Adsense แบนเกิดจากน้ำมือของเว็บใหญ่ สาเหตุเป็นเพราะเมื่อตอนที่เค้าอัปเดทบทความขึ้นไปใหม่บทความหนึ่ง ทำให้อันดับของเค้าจาก 3 มาอยู่ที่ 1 เว็บใหญ่ตกจาก 1 ลงไป เป็นผลให้รายได้ของเว็บใหญ่ที่มี PR8 ลดลง ในระบบระเบียบของ google มีแบบฟอร์มหนึ่งชื่อ DMCA ย่อมาจากอะไรฟังไม่ทัน เป็นแบบฟอร์มใช้สำหรับร้องเรียนเวลาที่มีคนก็อบเนื้อหาเราไป ตรงนี้เองที่เว็บใหญ่ใช้ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เล่นงานพวกเค้าว่าทำการละเมิด ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้โดน Adsense แบน เค้าสังเกตุอีกว่าในผลการค้นหาในคีย์เวิร์ดนั้นที่หน้าแรกยันหน้าสาม นอกจากเว็บใหญ่ไม่มีเจ้าไหนทำ Adsense เลย ไม่ใช่เพราะไม่ทำกัน แต่น่าจะโดนแบนกันถ้วนหน้า กลับจากช่วงเบรค เค้าสองคนก็แนะนำคุณ Davis เด็กฝรั่งแต่พูดไทยได้ อายุ 19 ปี ใช้ WordPress ได้แค่โพสเป็น รู้เรื่อง SEO ตามที่ได้อ่านหนังสือที่มีขายทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้เข้าใจ SEO ลึกซึ้งขั้นเทพ คุณ Davis เป็นเพื่อนของคุณ Content is King มานานแล้ว ร่วมทำเว็บกันมาเยอะแล้ว ตอนนี้เป็นทีมงานที่ดูแล Content ทั้งหมด คุณ Content is King ไม่ได้เขียนบทความเองแล้ว แต่ให้คุณ Davis ดูแลโดยจ้างคนอื่นเขียน แต่พวกเค้าจะวางคอนเซ็ปต์ไว้ให้ว่าให้เขียนยังไง แต่ละย่อหน้าต้องมีอะไร ต้องเขียนอะไรบ้าง และอะไรที่ห้ามทำเด็ดขาด ขอขยายความอีกนิด ทีมงานเค้าเหมือนเป็นธุรกิจหนังสือ คุณ Content is King เป็นบรรณาธิการดูแลภาพรวม คุณ Davis เป็นเหมือนหัวหน้าสายข่าวดูแลผู้เขียน ที่สำคัญผมว่าคุณ Google I/O เป็นทั้งที่ปรึกษาและผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด คุณ Davis ได้ขึ้นมาอธิบายถึงเรื่องการเขียน Content แต่ตรงนี้ผมต้องออกตัวก่อนว่า คงจะเล่าให้ฟังละเอียดยิบไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมและผมเองไม่ถนัดภาษาอังกฤษ ฟังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง อีกทั้งคุณ Davis เปิดสไลด์เร็วมาก จะจดก็แทบไม่ทันแล้ว เค้าอธิบายเป็นหัวข้อตามนี้ 1. Quality Content บทความต้องมีคุณภาพ แล้วเค้าก็เปิดวีดีโอของหนึ่งในผู้เขียนบทความตามโครงสร้างที่เค้าวางไว้ให้ฟัง คนที่เขียนบทความเป็นเด็กนิวซีแลนด์ อายุ 14 ปี ชื่อ Rayn (แน่นอนพูดอังกฤษ ผมฟังไม่รู้เรื่อง แต่คุณ Davis ก็แปลให้ฟัง แปลอังกฤษเป็นไทยปนอังกฤษ ผมตายเหมือนเดิม) ส่วนที่เค้ารู้จักเด็กคนนี้ได้ไง เค้าก็รู้จักจากการที่เค้ามี Facebook Fan Page ของเว็บนั้น เด็กคนนี้เป็นสมาชิกแฟนเพจอยู่ เค้าก็โพสหาคนเขียนจากในนั้นนั่นแหละ[/li][/list] 2. ประเภทของ Content เค้าจำแนกมาเป็น (ตรงนี้ผมเริ่มตามไม่ทัน) SEO Marketing Content Research Article Supporative Content เค้าบอกว่าเนื้อหาต้องทำให้ง่ายต่อ Users Industry Content เค้าบอกว่าต้องโฟกัสตลาด 3. Quality Information แบ่งเป็นเรื่อง Plan & Focus ก็คือการใช้หลักการตลาด 5W1H เป็นหลักในการวิเคราะห์และวางแผน Setting the Right Tone ใช้ทั้งแบบไม่เป็นทางการ (Informal) และแบบเป็นทางการ (Formal) ให้ถูกกับสถานะการณ์ Understand Your Content ต้องเข้าใจในสิ่งที่เขียน เขียนเนื้อหาให้น่าสนใจ ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา Recheck บ่อย ๆ และสม่ำเสมอ 4. Headline is KEY หัวเรื่องหรือไตเติ้ลคือสิ่งสำคัญ ทำให้ดึงดูด ก็อย่างเช่นที่เค้าตั้งกระทู้ใน Thaiseoboard ว่า "ว่าแล้ว Content is King มันต้องจัดสัมมนา" ดูดราม่าน่าสนใจเข้ามาอ่าน 5. Orgainze You Content จัดวางตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ ให้ถูกที่ เค้าบอกว่าตำแหน่งที่ติดโฆษณาที่ดี คือ ตำแหน่งที่เมื่อแสดงอยู่บนหน้าเพจเลยเมื่อโหลดขึ้น ไม่ใช่ต้องเลื่อน Scroll Bar แล้วจึงจะเห็น แต่ส่วนจะอยู่ซ้าย ขวา บน ล่าง ยังไงนั้นไม่ตายตัว ต้องทดลองเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แล้วเช็คจาก CTR ดูว่าตำแหน่งไหนสูงที่สุด 6. Make Use of Image ใช้ภาพแทนคำพูด แต่ก็ให้ความสำคัญของการตั้งชื่อภาพ ตั้งค่า alt tag ให้สอดคล้องกับ SEO 7. Don't Try to be Tricky No Pagination No Forced Registration ยังมีอีกสองข้อย่อยแต่จดไม่ทัน จากนั้นก็มาพูดถึง Ads เจ้าใหม่ที่เค้าทำหลังจากถูกแบน ตอนนี้เค้าทำอยู่ 3 เจ้า แต่เค้าสมัครที่เจ้าแรกเจ้าเดียว อีกสองเจ้าติดต่อมาเอง เค้าก็ไม่แน่ใจว่าอีกสองเจ้าติดต่อมาได้ไง หรือว่าเป็นพันธมิตรกับเจ้าแรก หรือคนของเจ้าแรกไปบอก (ขายข้อมูล) ตอนนี้เค้าไม่ต้องรอคลิ๊กอย่างเดียวเหมือน Adsense แล้ว เพราะเจ้าใหม่จ่ายหลายแบบมีทั้ง CPA , CPC , CPM , CPD คนที่เคยทำคงเข้าใจแต่ผมไม่เคยเลยงงเล็กน้อยถึงปานกลาง เจ้าที่เค้าทำส่วนใหญ่เป็นของอิสราเอล ได้แก่ MATOMY เป็นแรกและเจ้าเดียวที่เค้าไปสมัคร มีกฎว่าต้องมี Page Views วันละอย่างต่ำ 200,000 Ybrant Koy Koy อันนี้น่าจะเป็นของเกาหลี เค้าพูดถึงตำแหน่งวาง Ads ที่ดีและขนาดอีกครั้งว่า ตำแหน่งที่ดีควรอยู่ในช่วง Above the Fold ไม่ใช่ Below the Fold คือไม่ต้องเลื่อน Scroll Bar มาถึงจะเห็นโฆษณา และขนาดที่เหมาะคือ 300 , 336 ในส่วนของ Social Network เค้ามีช่อง Youtube เป็นของตัวเอง แต่ยังไม่ได้ทำเงินกับมัน Facebook เค้าใช้ Facebook Fan Page สำหรับการเซอร์เวย์หาข้อมูล Google+ ตรงนี้เค้าให้ความสำคัญมาก ตรงนี้ไม่ทราบว่าเพื่อนสมาชิกที่อ่านอยู่ทราบหรือเปล่าว่า ผลการค้นหาของ google ในคีย์เวิร์ดเดียวกันจะแสดงไม่เหมือนกัน ระหว่าง login บัญชีใด ๆ ของ Google กับไม่ login ถ้าเรา login แล้วค้นหาอะไรแล้วไปเข้าเว็บไหนเข้ามันจะจดจำให้เรา เมื่อไหร่ก็ตามที่เรา login แล้วค้นหาคำเดิมหรือคำใกล้เคียง มันจะแสดงเว็บที่เราเคยเข้าอยู่ในผลการค้นหาหน้าแรก (ตรงนี้เองที่บอกว่าถ้าจะเช็คอันดับเว็บเราต้องไม่ค้นตอนที่ login) เค้าบอกว่าไม่เพียงแค่นั้น หาก Users ที่เคยกด + หน้าเว็บเค้า เมื่อไหร่ก็ตามที่ login แล้วค้นหาคำเดิมหรือคำที่เกี่ยวข้อง ผลการค้นหาหน้าแรกจะแสดง url ของเค้าด้วย นี่เองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่า Return Visitors สูง นับว่าเป็นเทคนิคที่ดีมากเลย ก่อนสุดท้าย เค้าแนะนำหลักการเขียน Content ที่ควรทำว่า การตั้ง Title จะต้องมีคีย์เวิร์ดและทำใช้คำที่ทำให้น่าสนใจ (ในส่วนของการมีคีย์เวิร์ดเป็นคุณสมบัติหนึ่งของ webpumps อยู่แล้ว แต่ตรงจุดที่ใช้คำที่ทำให้แรง ๆ ดูดึงดูด ทำให้น่าสนใจ ผมคงต้องรบกวนพี่วชิระพัฒนาเพิ่มต่อแล้วล่ะครับ ได้ตรง Description ด้วยยิ่งดี) ส่วนเนื้อหาก็ควรมีอย่างน้อย 3 ย่อหน้า ได้แก่ Intro , เนื้อหาที่ต้องการสื่อ และ สรุป จากนั้นก็จบการบรรยาย มีการเชิญผู้เข้าฟังบางท่าน (ผมว่าคงสนิทกับพวกเขา) มาแชร์ประสบการณ์ มีท่านหนึ่งแชร์ได้น่าสนใจ คือ เค้าทำเว็บคุณภาพภาษาไทยนี่แหละเกี่ยวกับเรื่องมะเร็ง เค้าทำโดยยังไม่คิดถึงเรื่องรายได้ที่จะเข้ามา แต่เค้าสร้างพื้นที่สำหรับติด Banner รอไว้เลย โดยตั้งราคาไว้โหดมาก จุดละหนึ่งหมื่นบาท เค้าก็ไม่คิดว่าจะมีใครติด แต่แล้ววันนึง มีเอเจนซี่ติดต่อมาขอติด Banner ตรงนี้ ก็ตกลงเจรจากัน สุดท้ายเจ้าของเว็บถามว่า "ทำไมถึงเลือกมาติด Banner ที่เว็บเค้า" คำตอบที่ได้คือ เค้าเป็นบริษัทเอเจนซี่ ถ้าไปขอติด Banner ในเว็บอื่นที่ตั้งราคาถูก ๆ เค้าก็จะได้ค่าหัวคิวน้อย ต้องติดต่อหลายที่ แต่ถ้าเค้าติดในเว็บแพงที่เดียวก็จะได้หัวคิวสูงไม่ต้องทำงานหลายที่ (ตรงนี้เอเจนซี่คงดูจำนวน Traffic ด้วยแหละ) จากนั้นก็เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ซักถาม แต่มีคนถามน้อยมาก (อาจจะเพราะไม่ค่อยกล้าหรือเปล่าไม่รู้ แต่เข้าใจว่าที่คุณ Google I/O และคุณ Content is King ได้บรรยายทั้งหมด เป็นหลักการและแนวคิดในเรื่องการตลาด ไม่ใช่เป็นเรื่องของ Technical ต่าง ๆ พวกเทคนิคการหา Back Link เทคนิคการทำอันดับ ส่วนผู้ที่เข้าฟังดูแล้วจะเป็นพวกเทพเทคนิคทั้งนั้น ดูจากตอนเริ่มที่ให้แนะนำตัว มีทั้งแอดมินไทยเสียว คุณเบิร์ด จาก SEODML เทพสคลิปต่าง ๆ ก็เลยทำให้ไม่ค่อยมีคำถามมั้ง) เรื่องราวทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้ หวังว่าเพื่อนสมาชิกที่อ่านแล้วคงได้ประโยชน์นำไปปรับใช้ไม่มากก็น้อย ไม่รู้ว่าอ่านสิ่งที่ผมเขียนรู้เรื่องหรือเปล่า ถ้าผมสื่อแล้วไม่รู้เรื่องหรือมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยมาณ.ที่นี้อีกครั้งนึง แล้วไว้ผมจะพยายามตามวีดีโอมาให้พวกท่านได้ดูกันเองอีกที (ถ้าเค้าเผยแพร่นะ) บทความจาก คุณเต่า ค่ะ

บทความที่ได้รับความนิยม