บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สารภาพสิ้น “สรยุทธ” โกงค่าโฆษณา “อสมท” 138 ล้าน แฉหลักฐานจ่ายส่วนแบ่ง 2%


 สำนักข่าวอิศราเผยคำให้การ พนักงาน “อสมท” เปิดคำให้การต่อ “ป.ป.ช.” สารภาพ “สรยุทธ” ขอให้ไม่แจ้งค่าโฆษณาส่วนเกิน 138 ล้านบาท โดยเสนอค่าตอบแทนให้ 2% ซึ่งการจ่ายครั้งแรก “สรยุทธ” ลงนามจ่ายเป็นเช็คของ “ธนชาต” สาขาพระรามสี่ มีการจ่ายทั้งหมด 8 ครั้งแต่ไม่สม่ำเสมอ หรือตามจำนวนที่รับปากไว้ เผยไม่ได้เรียกร้อง เพราะเห็นว่าเป็นการตกกระไดพลอยโจน ช่วยเหลือไปแล้วจึงยอมๆ กันไป จึงเป็นไปไม่ได้ที่ “สรยุทธ” จะอ้างว่าไม่ทราบเรื่อง พร้อมยอมรับได้ทำลายหลักฐานตามใบสั่ง แต่มาทราบภายหลังว่า “สรยุทธ” ยอมคืนเงิน “อสมท” เพราะจำนนต่อหลักฐาน
      
       วันนี้ (25 ต.ค.) สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า นางพิชชาภา เอี่ยมสอาด พนักงาน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้เข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่มีการกล่าวหาว่าให้การช่วยเหลือบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ให้โฆษณาเกินเวลาโดยไม่ต้องชำระราคาค่าโฆษณาเกินเวลาจำนวน 138 ล้านบาท
      
       นางพิชชาภายอมรับว่าตนเองเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่รับเป็นผู้รับคิว โฆษณาของบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และการที่บริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีโฆษณาเกินเวลาในรายการคุยคุ้ยข่าวมาโดยตลอดนั้น ตนขอยืนยันว่า นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ต้องทราบดี
      
       ทั้งนี้ เนื่องจากนายสรยุทธได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับตนโดยตรง โดยใช้โทรศัพท์ของเลขานุการส่วนตัวของนายสรยุทธ ชื่อเล่นว่า คุณแก้ว โดยขอให้ช่วยเหลือไม่ต้องแจ้งโฆษณาส่วนเกินเวลาของบริษัทไร่ส้มให้กับทาง อสมท และเพื่อเรียกเก็บเงินค่าโฆษณาส่วนเกินดังกล่าวจากบริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดยนายสรยุทธรับปากว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ในจำนวน 2% ของค่าโฆษณาเกินเวลาที่บริษัทไร่ส้มไม่ต้องชำระให้แก่ อสมท
      
       นางพิชชาภาระบุว่า เมื่อดำเนินการช่วยเหลือตามที่นายสรยุทธขอร้องแล้ว ในช่วงแรกนายสรยุทธได้จ่ายเงินค่าตอบแทนตามที่รับปากไว้ โดยนายสรยุทธลงนามจ่ายเป็นเช็คของธนาคารธนชาต สาขาพระรามสี่ และให้เลขาฯ ฝากไว้กับพนักงานของ อสมท เป็นผู้นำมามอบให้ตน
      
       ทั้งนี้ นายสรยุทธได้จ่ายเงินให้ประมาณ 8 ครั้ง ซึ่งทั้ง 8 ครั้งดังกล่าวก็ไม่ได้จ่ายให้อย่างสม่ำเสมอ หรือตามจำนวนที่รับปากไว้ และเหตุที่ไม่ได้เรียกร้องให้จ่ายตามจำนวนที่ตกลงกันไว้เนื่องจากเห็นว่า เป็นการตกกระไดพลอยโจน ช่วยเหลือนายสรยุทธไปแล้ว จึงยอมๆ กันไป
      
       นางพิชชาภากล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่นายสรยุทธจะไม่ทราบเรื่องค่าโฆษณาเกินเวลา เนื่องจากรายการคุยคุ้ยข่าวเป็นรายการสด และนายสรยุทธเป็นพิธีกรดำเนินรายการทุกวัน ดังนั้นนายสรยุทธย่อมทราบดีว่ารายการที่ออกอากาศในแต่ละวันมีโฆษณาทั้งหมด กี่โฆษณา เป็นโฆษณาตามเวลาจำนวนเท่าใด และในส่วนที่เกินเวลาจำนวนเท่าใด รวมทั้งย่อมทราบว่าในแต่ละวันรายการมีรายได้จากโฆษณาจำนวนเท่าใด เป็นรายได้จากโฆษณาตามเวลาปกติเท่าใด และเป็นรายได้จากโฆษณาส่วนเกินเวลาเท่าใด เพราะเงินค่าโฆษณาก็เป็นรายได้เพียงทางเดียวของบริษัทไร่ส้ม
      
       อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ อสมท ได้ตรวจพบว่าบริษัท ไร่ส้ม จำกัด มีโฆษณาส่วนเกินเวลาในรายการคุยคุ้ยข่าว แต่ไม่แจ้งและชำระค่าโฆษณาเกินเวลาดังกล่าวให้ อสมท นายสรยุทธได้บอกให้เลขาฯ คือคุณแก้ว มาขอร้องให้ตนทำการลบรายการโฆษณาส่วนเกินของรายการคุยคุ้ยข่าวในใบคิวโฆษณา พร้อมบอกด้วยว่าหากมีอะไร นายสรยุทธก็จะช่วยเหลือไม่ทอดทิ้งอย่างแน่นอน
      
       หลังจากนั้นตนจึงทำการลบรายการโฆษณาส่วนเกินของรายการคุยคุ้ยข่าวใน ใบคิวโฆษณาบางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด ตามที่นายสรยุทธ และเลขาฯ ร้องขอ แต่ภายหลังเมื่อ อสมท ได้ตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ก็ให้นายสรยุทธมาชำระค่าโฆษณาเกินดังกล่าวให้กับทาง อสมท และตนทราบภายหลังว่านายสรยุทธได้ยินยอมชำระค่าโฆษณาส่วนเกินให้กับทาง อสมท ในทันทีเพราะจำนนต่อหลักฐาน
      
       นางพิชชาภายังให้การเพิ่มเติมว่า ตนสำนึกว่าได้กระทำผิด และสร้างความเสียหายแก่ทางราชการ รวมถึงหน่วยงาน อสมท และการให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดเพราะต้องการเห็นความเป็นธรรมในสังคม


ที่มาข่าว: ผู้จัดการ

บทความที่ได้รับความนิยม