บทความที่ได้รับความนิยม

วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556

เจาะลึก รวยด้วย Amazon Affiliate Network แหล่งขุมทรัพย์บนโลกออนไลน์

ได้อ่านบทความแนวคิดดีๆ เกี่ยวกับการทำ Amazon Affiliate Network หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างไม่มากก็น้อย และอีกหลายท่านยังแยกไม่ออก ว่าอันไหนทำเงินได้จริงอันไหนหลอกลวง เพราะการหาเงินทางอินเตอร์ นั้นมีวิธีหากินได้มากมาย 108 วิธีเช่นกัน เพราะฉนั้นบ้างท่านที่ยังศึกษาข้อมูลมาน้อยอาจตกเป็นเหยื่ย ได้ทันที นี้คืออีก1 แนวทางที่หาเงินได้อย่างมั่นคง ขอเพียงรู้แนวทางและวิธีการเท่านั้น


เห็นหลายคนทำ Amazon แล้วโดนแบน เสียกำลังใจ ท้อแท้ กับเวลาที่สูญเสียไป อย่าได้หมดกำลังใจครับ เพราะคุณได้ประสบการ์ณที่โดนแบนมาอย่างแน่นอน ขอให้คิดว่าคุณโดนแบนไป 1 หน เท่ากับเดินเข้าใกล้ความสำเร็จอีก 1 ก้าว

เรา ต้องมาวิเคราะห์ และปรับตัวให้เข้ากับโลกออนไลน์ที่เปลี่ยนไปในเชิงคุณภาพ เราจะเห็นมีกฎต่างๆ นาๆ เกิดขึ้นมาจากหลาบริษัทที่เราทำธุรกรรมหรือทำงานร่วมด้วย เหตุเพราะเทคโนโลยีไม่เคยยุดหนึ่ง ดังนั้นทุกกฎเกณฑ์ต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เมื่อก่อนกองกำลัง SRF ยังไม่แข็งแรงและมีอำนาจมากมายนัก ศูนย์บัญชาการและศูย์พัฒนา Algorithm เอง ก็มีเพียงหน่วย Panda Army เท่านั้น และตอนนั้นหน่วยแพนด้าเองก็ยังไม่สามารถจัดการกับ ผู้ก่อการบทความขยะ และกลุ่มสแปมลิงค์ ซึ่งกลุ่ม SRF ยังคงไม่สามารถกวาดล้างหรือลงโทษกลุ่มเครือขายนักปั่นได้ และยุคนั้น การปั่น Blog ปั่นเว็บ ปั่นเนื้อหา โดยมีเป้าหมายที่จำนวนเงินที่มาก ยังคงมีอำนาจ และสามารถสร้างรายได้จาก Amazon ได้ง่าย และระยะเวลาการทำให้เว็บของกลุ่มเครือข่ายนักปั่น และบรรดาสแปมเมอร์ สามารถทำให้เว็บติดอันดับ Google อย่างรวดเร็ว และ Google ก็มองว่ามันเป็นภัยคุกคาม ต่อ Search Engine และลดความน่าเชื่อถือของ Google ลงไป จึงทำให้ Google ก่อตั้งกองกำลัง Penguin Army ขึ้นมา และนี่เป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม ระหว่าง Search Engine กับ SEO Black Hat (กลุ่มผู้ทำ SEO ที่ทำผิดกฎ Google และไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่กำหนดไว้) และเหมือนว่าจุดเปลี่ยนเริ่มเห็นได้ชัดเมื่อGoogleได้ปล่อยหน่วยประจัญบาน Penguin 2.0 ซึ่ง เป็นหน่วยปราบลงค์ขยะที่ดีที่สุด ที่ Google เคยมีมา และดูเหมือนว่าหน่วย SRF จะสามารถควบคุม จัดการ และตัดกำลังฝ่ายตรงข้าม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักทำ SEO สายเทา สายดำ สายไม่ได้คุณภาพ ต่างลดขีดความสามารถลงไป ทั้งในส่วนของรายได้ และเสบียงสำรองสำหรับอยู่ในสงคราม IM และผลของการบีบ กัดดัน ของGoogleได้ผลอย่างมาก

แล้ว Amazon ได้อะไรจากการเปลี่ยนแปลงของ Search Engine อย่าง Google Search?
แม้ ว่าเราจะรู้กันว่า Google กับ Amazon เป็นคู่แข่งทางการค้า หรือทั้งสองบริษัทต่างแข่งขันกัน แต่อย่าลืมครับว่า ทั้งสองบริษัทอยู่ในประเทศอเมริกา ซึ่ง จะแข่งกันหนักหน่วงแค่ไหน แต่ Amazon กับ Google เอง ได้ให้ความสำคัญต่อประเทศของตัวเอง และเศรษฐกิจในอเมริกา สำคัญกว่าอยู่แล้ว การที่ Google ได้ปรับให้ Search Engine มีเทคโนโลยีและระบบค้นหาที่ฉลาดขึ้นนั้น เป็นผลดีกับ Amazon เป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่ทำงานร่วมกับ Amazon Affiliate Network นั้น ต้องปรับตัวเองให้มีคุณภาพรอบด้าน เพราะที่จะยังสามารถแข่งขันและยืนอยู่บนธุรกิจออนไลน์ได้ต่อไป ซึ่งหากเรามองดูให้ดีแล้ว ผมคิดว่า นักทำ Amazon เปรียบเหมือน Sell Man หรือ นักขาย(ออนไลน์)รับจ้าง ที่ไม่มีอำนาจต่อรองกับอเมซอน แต่นักขายออนไลน์ ก็มีผลกระทบต่อหน้าตาของ Amazon โดยตรง ถ้านักขาย โปรโมท แนะนำสินค้า ผ่านสื่อออนไลน์ อย่างมีคุณภาพ ก็จะช่วยส่งเสริมหน้าตาให้ Amazon ดูดีและน่าเชื่อถือ มากยิ่งขึ้น กลับกัน หากนักขายหวังแต่เงิน เพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ใส่ใจกับคุณภาพ ก็จะส่งผลเสียต่อภาพพจน์ของอเมซอนในเชิงลบได้ Amazon จึงออกกฎออกมามากมาย เพื่อที่จะเน้นไปที่คุณภาพ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ และการที่ Google ปรับระบบคุณภาพมากยิ่งขึ้นนั้น ส่งผลดีต่อ Amazon ทั้งทางตรงและทางอ้อม ผู้ที่สร้างรายได้กับ Amazon ก็ต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ เพื่อที่จะยังอยู่ในเกมธุรกิจนี้ต่อไป

เปลี่ยนจากการปั่นเป็นการปั้น เพื่อสร้างรายได้จาก Amazon อย่างยั่งยืน
ผม เชื่อว่าหลายคนอยู่ในยุคตั้งแต่ก่อน Panda จนถึงยุค Penguin 2.0 ออกมา และแน่นอนครับว่า เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบ Search Engine มากมาย และได้เห็นการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ต่างๆของ Amazon ด้วยเช่นกัน และหลายคนที่ยังคนชินและชอบการปั่น เพื่อสร้างรายได้ หากจะเปลี่ยนแปลงก็อาจจะต้องใช้เวลา โดยเฉพาะการเปลี่ยนแนวความคิด เพราะเมื่อก่อนเราใช้เครื่องมือ Script ทั้งฟรีและเสียตังค์ มาปั่น ซึ่งเห็นยอดเงินและรายได้ที่เข้ามาอย่างง่าย และยังคงยึดติดการแนวทางนั้นอยู่ โดยหาเหตุผลต่างๆ นาๆ มาสนับสนุนแนวความคิดของตัวเอง แต่ทว่า Google กับ Amazon ไม่ได้เห็นการปั่นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ กลับมองว่าเป็นสิ่งที่บั่นทอนคุณภาพของ Search Engine ลงไป ในแง่ของ Amazon ก็เปรียบเหมือนการฉุดให้ Brand ดังระดับโลก ลดคุณภาพและความน่าเชื่อถือ หรือมีผลต่อ Brand Loyalty ทำให้นักปั่นทั้งหลาย ต้องเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักปั้นแทน แล้วนักปั้น ต้องทำอะไรบ้าง และเริ่มต้นอย่างไร

1. Product Expert หากเราจะขายสินค้าอะไรก็ตามจาก Amazon เราต้องศึกษารายละเอียดของสินค้าอย่างลึกซึ้ง ตลอดจนอ่าน Feedback ของสินค้ารุ่นนั้นๆ จาก Blog หรือสังคมออนไลน์ เพื่อที่เราจะสามารถเขียนบทความ นำเสนอสินค้าได้อย่างถูกต้อง

2. Product Life Cycle การที่เราจะนำสินค้า Amazon มาขายนั้น เราต้องรู้ว่าสินค้านั้นๆ มีอายุการใช้งาน หรือวงจรการใช้งานสินค้าอย่างไร เพื่อที่เราจะสามารถนำเสนอสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับผู้ที่ต้องการซื้อสินค้า ตลอดจนสามารถกำหนด Keyword และคำค้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้านั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. Product Price and Target Group การที่เราจะขายสินค้าให้ได้จำนวนมากๆ นั้น เราะจะต้องวิเคราะห์และกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เราจะขายสินค้าให้มี ประสิทธิภาพ และราคาสินค้าก็มีผลต่อปริมาณการสั่งซื้อสินค้า และความต้องการของผู้ซื้อ กล่าวคือ หากเราขายสินค้าราคาแพงๆ มากๆ กำลังการซื้อและกลุ่มของผู้ที่จะซื้อสินค้าจะแคบลง และมีปริมาณไม่มาก เมื่อเทียบกับ สินค้าราคาที่ไม่แพงจนเกินไป และกลุ่มผู้ซื้อหลากหลายอาชีพสามารถเข้าถึงสินค้านั้นๆ ได้ ก็จะทำให้ Feedback จากการโปรโมทมีปริมาณที่มาก หากเราสามารถทำอันดับ Keyword หรือใช้สื่อออนไลน์ Platform ต่างๆ โปรโมทสินค้าเหล่านั้น เราต้องให้ความคัญของ Demand และ Supply ให้มีความ Balance กัน ถ้าเลือกสินค้าลักษณะนี้ ก็จะทำให้เราสามารถขายสินค้านั้นๆ ได้อย่างต่อเนื่องและเป็นลักษณะ ขายระยะยาว Long Terms Sell Strategy นั่นเองครับ

4. Niche Keyword Marketing ผมต้องบอกก่อนนะครับ สำหรับผู้ที่สนใจจะทำ Amazon และได้อ่านเกี่ยวกับ Niche Keyword มาบ้างแล้ว ซึ่งการใช้กลยุทธ์นี้ยังคงได้ผลและมีประสิทธิภาพ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่า ความหมายคืออะไร และเราจะใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในรูปแบบใด เราต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทางการตลาดด้วยครับ เช่น หากเราหา Niche Keyword มาและได้โปรโมทเว็บติดอันดับแล้ว แต่สินค้านั้นเป็นช่วง Low Season หรือเป็นสินค้าที่ตกรุ่น ก็จะทำให้เราไม่ได้รับ Feedback ทีดีต่อการใช้เทคนิค Niche Keyword แต่ หากเราศึกษาทางการตลาดแล้วว่า สินค้าที่เราเลือกมานั้น เป็นที่ต้องการของตลาด และกลุ่มผู้ใช้สินค้าทั่วโลก และมีแนวโน้ม Trend การใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะนำสินค้าเหล่านั้น มาโปรโมทด้วยวิธี Niche Keyword ซึ่งเราจะต้องเป็นผู้ที่มองเห็นโอกาสก่อนผู้อื่นจะดีมาก เช่น สินค้ากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และเรามองเห็นโอกาส และสิ่งที่จะตามมา เราก็เริ่มโปรโมทด้วยวิธี Niche Keyword ก่อนผู้อื่น ซึ่งแน่นอนว่า ผู้ที่จะซื้อสินค้า จะมาเจอเว็บเราในช่วงเริ่มแรกของการเติบโต ของสินค้า นั้นๆ และอย่าพยายามไปเล่นสินค้าที่เลยจุดสูงสุดของการขายไปแล้ว ให้รอดูแนวโน้มใหม่ หรือรุ่นสินค้ารุ่นใหม่ของผลิภัณฑ์นั้นๆ แล้วโปรโมทเพื่อสร้างรายได้

5. Promote Before Product Generate เป็นการโปรโมทสินค้า หรือทำ SEO ให้กับ Keyword ให้กับสินค้ารุ่นถัดไปก่อนที่โรงงานจะผลิตสินค้ารุ่นนั้นออกมาวางจำหน่าย เนื่องจากการทำ SEO ณ ปัจจุบัน ต้องใช้เวลาและการทำอันดับ การที่เราจะสามารถโปรโมทสินค้าให้มีประสิทธิภาพ และครองความได้เปรียบมากยิ่งขึ้น เราจึงควรวิเคราะห์ว่า สินค้าที่ขายดีรุ่นนั้นๆ ในรุ่นถัดไป จะมีชื่อว่าอะไร หรือแม้กระทั่งไปศึกษาข้อมูลจากบริษัทนั้นๆ ว่ามีนโยบายผลิตสินค้ารุ่นถัดไปในชื่อรุ่นว่าอะไร เช่น หากเราคิดว่า อนาคตจะมี iPhone6, iPhone6s, ...n เราก็จะเริ่มโปรโมทเว็บตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะมีอันดับรองรับกับการออกมาของสินค้านั้นๆ ได้

6. Think Amazon's Owner ความหมายคือ คิดว่าเราเป็นเจ้าของอเมซอน ซึ่ง การที่เรารักในแบรนด์สินค้าใดๆ ก็ตามทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับแบรนด์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเรารักและเคารถในแบรนด์นั้นๆ และการที่เราคิดว่าเราเป็นเจ้าของอเมซอน แน่นอนว่าทุกอย่างที่เราทำไป เกิดจากความรัก ความทุ่มเท ความเอาใจใส่ ทั้งในด้านการโปรโมท การแนะนำสินค้า การสร้าวเว็บให้น่าสนใจ ตลอดจนการตอบคำถามและให้บริการผู้ที่เข้ามาในเว็บ ราวกับว่าเราเป็นเจ้าของสินค้า และลูกค้าจะประทับใจ และทุกครั้งที่เขาจะซื้อสินค้า เขาจะกลับเข้ามายังเว็บของคุณ ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าเราขายสินค้าของอเมซอน แต่ด้วยความประทับใจในการบริการ และการให้คำแนะนำ ตลอดจนการแก้ปัญหาต่างๆ เขาต้องการที่จะซื้อสินค้ากับเรา

7. Social Network Power พลังของโซเชียวเน็ตเวิร์ค นั้นมีพลังขับเคลื่อนงาน ธุรกิจ ได้อย่างมากมาย หากรู้จักใช้งาน และเราสามารถนำมาประยุกต์กับ Amazon ได้ เพื่อให้เกิดการส่งเสริมการขายผ่านทาง Social Network ผมบอกตรงๆ เลยว่า มีคนทำ Amazon น้อยคนที่จะเก่งภาษาอังกฤษ อย่างลึกซึ้ง แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น เพราะโลกทุกวันนี้เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย นักธุรกิจสามารถทำงานร่วมกันแม้ว่าจะใช้ภาษาไม่เหมือนกัน หรือ อยู่คนละประเทศ แต่ทุกคนก็ต้องปรับตัวและฝึกฝันให้เก่งภาษาอังกฤษ ตลอดจน โต้ตอบได้อย่างเข้าใจ และใครที่ทำ Amazon และมี Account ของ Google+, Facebook, Twitter นั้น ควรพยายามมีเพื่อน เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะเพื่อนที่อยู่ในประเทศเป้าหมายที่เราจะทำการตลาด เราสามารถพูดคุย และนำเสนอสินค้าในบางจังหวะที่เหมาะสม และหากเรามีกลุ่มเพื่อนหรือเครือข่ายมากๆ เราสามารถกระจายสินค้าไปยังหลายๆ โดยใช้เวลาไม่มากนัก

8. Youtube Marketing หากคุณต้องการให้ตัวคุณ เว็บคุณ เป็นที่สนใจของผู้คน ผมแนะนำว่าให้ลงทุนซื้อกล้องที่มีคุณภาพ รองรับระบบ HD นำมาทำ Video ที่น่าสนใจ และอัพโหลดขึ้นสู่ Youtube อาจจะทำวีดีโอเชิงวิเคราะห์ ให้ความรู้ หรือวีดีโอที่นำเสนอไอเดีย โดยอาจจะแทรกสินค้าหรือเว็บของเราไว้ตอนท้ายของวีดีโอ เป็นต้น จะทำให้คนจำเรา เว็บของเรา และความเป็นตัวตนของเรา และถ้าเขาต้องการซื้อสินค้า เขาจะนึกถึงเราเป็นลำดับแรก เพราะเข้าเชื่อมั่นในการนำเสนอของเรา นั่นเอง

เจาะลึก รวยด้วย Amazon Affiliate Network แหล่งขุมทรัพย์บนโลกออนไลน์


ขอบคุณบทความดีๆโดย prayod 


บทความที่ได้รับความนิยม